1.6.6

ข่าวน่าสนใจ

Page 1 of 4  > >>

Aug 10, 2010
Category: General
Posted by: tammasan
Aug 6, 2010
Category: General
Posted by: tammasan
ประชาสัมพันธ์ข่าววันแม่แห่งชาติ
Aug 6, 2010
Category: General
Posted by: tammasan
Jul 18, 2010
Category: General
Posted by: tammasan
CMS - 1.6.6 - Bonde
 

ตำบลบางขุนไทร

ศูนย์คุณธรรมตำบลบางขุนไทร

โครงการสืบค้นความดี / คนดี  ชุมชนภาคตะวันตก                                                                โครงการสืบค้นความดี / คนดี ศรีชุมชน  ตำบลบางขุนไทร  อำเภอบ้านแหลม  จังหวัดเพชรบุรี

 

ข้อมูลทั่วไป

          ประวัติความเป็นมา

                                ตำบลบางขุนไทร ตั้งอยู่ในเขตการปกครองของ อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ประกอบไปด้วย 11 หมู่บ้าน ตามประวัติศาสตร์ของชุมชนที่ได้บอกเล่าสืบต่อกันมากกว่า 200 ปี ว่าคนกลุ่มแรกที่อพยพเข้ามาตั้งบ้านเรือนในพื้นที่บางขุนไทรปัจจุบันเป็นคนเชื้อสายจีนที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ปกครองหัวเมืองชั้นนอก มาปกครองเขตเพชรบุรี มีชื่อว่า ขุนอร่าม มีชื่อจีนว่า นายกงเซ้ง  แซ่อึ้ง ขณะที่ ขุนอร่าม ทำการปกครองอยู่นั้นก็ได้ส่งข้าทาสบริวารรวมทั้งนักโทษออกไปทำไร่ทำสวนในหัวเมืองต่าง ๆ รวมทั้งพื้นที่ในตำบลบางขุนไทรในปัจจุบันนี้ด้วย ระยะแรกการทำไร่ทำนาก็ได้ผลผลิตดีต่อมา ข้าทาสบริวารที่ส่งออกไปทำงานได้พากันแยกย้ายหลบหนีไป ไม่ทำงานให้กับขุนอร่ามอีกต่อไป ดังนั้นขุนอร่ามจึงอพยพออกมาตั้งบ้านเรือน อยู่ในพื้นที่ทำไร่ทำนาในพื้นที่บางขุนไทรในปัจจุบัน ครั้งแรกที่ขุนอร่ามและบริวารเข้ามาตั้งบ้านเรือนนั้น มีบ้านเรือนอยู่ 7 หลัง และต่อมาจึงมีผู้อพยพเข้ามาตั้งบ้านเรือนอยู่เรื่อย ๆ  เนื่องจากทำเลที่ตั้งของบางขุนไทรในขณะนั้น มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งทรัพยากรทางบกและทางทะเล เมื่อชุมชนขยายตัวมากขึ้นจึงได้ตั้งชื่อชุมชนดังกล่าวว่า “บางกงเซ้ง” ตามชื่อภาษาจีนของขุนอร่าม (กงเซ้ง  แซ่อึ้ง) ส่วนคำว่า “บาง” นั้น เป็นชื่อที่ใช้เรียกหมู่บ้านในอดีต ซึ่งคนสมัยก่อนนิยมเรียกกัน เมื่อกาลเวลาผ่านไปชื่อหมู่บ้านก็เรียกกันใหม่เป็น “บางขุนไทร” เพี้ยนเสียงมาจาก “บางกงเซ้ง” จนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้

                                แต่อีกตำนานหนึ่งเล่าว่า ชุมชนบางขุนไทรเวลานี้ เกิดจากการอพยพโยกย้ายถิ่นของชาวจีนแต้จิ๋ว ที่หนี้ภัยสงครามพม่าจากกรุงศรีอยุธยา ลงมาอยู่ที่บริเวณปากน้ำสมุทรปราการ และย้ายลงมาทางใต้ มาตั้งรกรากอยู่ในบริเวณตำบลบางขุนไทร  เนื่องจากในพื้นที่ดังกล่าวมีความอุดมสมบูรณ์ ประกอบกับทำเลที่ตั้งอยู่ติดทะเล เหมาะกับการประกอบอาชีพประมง จึงทำให้ผู้คนต่างถิ่นเริ่มอพยพเข้ามาตั้งบ้านเรือนกันมากขึ้น และหนึ่งในชาวจีนอพยพรุ่นแรก ที่เข้ามาบุกเบิกสร้างบ้านเรือนขณะนั้นมีชื่อว่า “ขุน” รวมอยู่ด้วยและอาชีพของผู้คนในเวลานั้นก็คือการทำประมง วันหนึ่งตาขุนได้ออกไปจับปลาในคลองใหญ่ ที่มีต้นไทรขึ้นอยู่หนาแน่น ด้วยเครื่องมือดักปลาที่เรียกว่า “ไซ” แต่เมื่อตาขุนไปกู้ไซที่ดักปลาไว้ในคลอง กลับได้ทองคำ แทนที่จะเป็นปลาช่อนปลาดุก เหมือนกับครั้งที่ผ่าน ๆ มา ตาขุนจึงนำทองคำที่ดักได้ไปขาย และนำเงินส่วนหนึ่งไปสร้างวัด โดยตั้งชื่อวัดว่า “วัดไทรทอง” ตามลักษณะภูมิประเทศที่มีต้นไทร และทองคำที่ตาขุนดักได้ มาผนวกรวมกันตั้งเป็นชื่อวัดประจำหมู่บ้าน    เมื่อมีวัดแล้วจึงได้ตั้งชื่อหมู่บ้านในขณะนั้นว่า “บางขุนไทรทอง” ซึ่งเป็นการผนวกรวมกันระหว่างชื่อตาขุนทองคำที่ตาขุนดักได้ และลักษณะภูมิประเทศที่มีต้นไทรในละแวกท้องถิ่นที่ตั้งบ้านเรือน    อยู่ต่อมาชื่อหมู่บ้านก็เรียกสั้นเข้าเป็น  “บางขุนไทร” จนกระทั่งถึงเวลานี้

 

               

 

 

 

 ภูมิประเทศ

                                ตำบลบางขุนไทรปัจจุบันเป็น 1 ใน 10 ตำบล   ของอำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ตั้งอยู่ห่างจากอำเภอบ้านแหลมประมาณ 6 กิโลเมตร  อยู่ห่างจากจังหวัดเพชรบุรี ประมาณ 20 กิโลเมตร  มีพื้นที่ประมาณ 15,732 ไร่ (25.17 ตารางกิโลเมตร)     เป็นที่ราบลุ่มและที่ราบชายฝั่งทะเล ซึ่งเป็นพื้นที่น้ำเค็มประมาณ 60 %    เขตน้ำจืดประมาณ 40 %  บริเวณชายฝั่งมีสภาพเป็นหาดโคลน มีพื้นที่ป่าชายเลนประมาณ 450 ไร่ มีต้นแสม   โกงกาง  และต้นตะบูนขึ้นอยู่หนาแน่นที่บริเวณหาด   มีความยาวประมาณ 10 กิโลเมตร        พื้นที่ส่วนใหญ่คิดเป็นร้อยละ 98.72 เป็นที่ราบ (15,530 ไร่)   ที่เหลือเป็นพื้นที่น้ำคิดเป็นร้อยละ 1.28 (202 ไร่) 

                                ป่าชายเลนดังกล่าวเป็นแหล่งกำเนิดของสัตว์น้ำชนิดต่าง ๆ เช่น ปูทะเล  กุ้ง  หอยเสียบ  หอยแครง  และที่สำคัญเป็นแหล่งหอยแครงที่เกิดเองตามธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอีกด้วย ดังนั้น บริเวณป่าชายเลน จึงเป็นแหล่งอาหารและแหล่งเศรษฐกิจที่สำคัญที่หล่อเลี้ยงชุมชนในจังหวัดเพชรบุรีและจังหวัดใกล้เคียงมานับร้อยปี

                                ตำบลบางขุนไทรเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายในหลาย ๆ ด้าน เช่น ระบบนิเวศน์จะเห็นได้ว่าพื้นที่ในตำบลบางขุนไทรสามารถแบ่งเป็น 2 เขตใหญ่ ๆ ตามทำเลที่ตั้งกล่าวคือ พื้นที่ที่อยู่ติดทะเล และพื้นที่อยู่ลึกเข้ามาเป็นลักษณะที่ดอน ลักษณะพื้นที่อยู่ติดทะเลประกอบด้วยป่าชายเลน ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำทะเล เป็นแหล่งประกอบอาชีพที่สำคัญของประชากรที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ในแถบนี้ (หมู่ 1 หมู่ 2 หมู่ 3 หมู่ 8 หมู่ 10 )

                                นอกจากการทำประมงชายฝั่งแล้ว (เก็บหอยเสียบหอยแครง)  ชาวบ้าน  บางครัวเรือนที่มีพื้นที่อยู่ในแถบดังกล่าว ใช้พื้นที่เหล่านั้นทำนาเกลือเป็นอาชีพหนึ่งที่สร้างงาน สร้างรายได้ให้คนในท้องถิ่นได้มากพอสมควร ส่วนพื้นที่อยู่ลึกเข้ามาจากทะเลมีลักษณะเป็นที่ดอนพื้นดินมีความอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การทำเกษตรกรรม ดังนั้น กลุ่มบ้านที่ตั้งอยู่ในบริเวณนี้(หมู่ 5  หมู่ 6  หมู่ 7  หมู่ 9  และหมู่ 11 ) ก็จะมีอาชีพ ทำนา ทำสวน เลี้ยงสัตว์ รับจ้าง

                                ดังนั้น จะเห็นได้ว่า นอกจากความหลากหลายในทางนิเวศน์แล้ว ตำบลบางขุนไทร ยังมีความหลากหลายเกี่ยวกับอาชีพ พบว่าในช่วงเวลา 1 ปี จะมีงานที่สร้างรายได้ให้กับประชากรในตำบลหมุนเวียนกันทั้งปี เช่น กลุ่มที่ทำอาชีพเกี่ยวกับประมงก็สามารถเก็บหอยแครง หอยเสียบ ออกเรือหาปลาในเขตน้ำตื้นได้ตลอดทั้งปี ปริมาณจะได้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับฤดูกาลของสัตว์น้ำแต่ละชนิด ส่วนครัวเรือนที่ทำนาเกลือเมื่อถึงฤดูกาลการทำนาเกลือก็จะมีงานจ้างให้ครัวเรือนอื่น ๆ ได้เข้ามาทำงาน ซึ่งมีหลายขั้นตอนเช่น การเคาะเกลือ หาบเกลือ ล้วนเป็นงานที่สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนได้เป็นอย่างดี ส่วนกลุ่มบ้านที่อยู่ในที่ดอนเมื่อเสร็จจากการทำนาก็จะไปทำงานรับจ้างในนาเกลือ และบางหมู่บ้านก็รับจ้างทำการแปรรูปปลาทะเลเป็นปลาแห้ง บางครัวเรือนก็เข้าไปทำงานรับจ้างในโรงงานแปรรูปอาหาร ในเขตจังหวัดเพชรบุรี เป็นต้น นอกจากอาชีพที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ชุมชนบางขุนไทรยังมีงานหัตถกรรม อื่น ๆ ที่ผลิตขาย แม้จะมีจำนวนไม่มากแต่ก็สามารถผลิตได้เรื่อย ๆ เช่น การทอผ้า การสาน ผักตบชวา การทำศาลพระภูมิจากไม้ ที่กล่าวมานี้เป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับครัวเรือนในตำบลบางขุนไทรในแต่ละปีมากพอสมควร

 

  

 

 

 อาณาเขตของตำบล

                ตำบลบางขุนไทรมีอาณาเขตติดต่อกับตำบลใกล้เคียงดังนี้คือ

                ทิศเหนือ                ติดต่อกับ                ตำบลบ้านแหลม อำเภอบ้านแหลม

                ทิศใต้                     ติดต่อกับ                ตำบลปากทะเล อำเภอบ้านแหลม

                ทิศตะวันออก       ติดต่อกับ                ป่าชายเลน ทะเลอ่าวไทย

                ทิศตะวันตก          ติดต่อกับ                ตำบลท่าแร้ง  ตำบลท่าแร้งออก อำเภอบ้านแหลม

จำนวนประชากรและจำนวนครัวเรือน

                                ตำบลบางขุนไทรประกอบด้วย หมู่บ้านจำนวน 11 หมู่ มีจำนวนครัวเรือนรวมทั้งสิ้น 1,627 ครัวเรือน มีประชากรรวมประมาณ  7,105 คน แยกเป็นเพศชายจำนวน 3,484 คน เพศหญิง 3,621 คน มีพื้นที่ประมาณ 15,732 ไร่ (25.17 ตารางกิโลเมตร)

                   สภาพสังคม

                                นอกจากความหลากหลายทางระบบนิเวศน์ และการประกอบอาชีพแล้ว ตำบลบางขุนไทรยังมีความหลากหลายด้านเชื้อชาติอีกด้วย กล่าวคือ จากยุคเริ่มต้นของชุมชนบางขุนไทร พบว่า กลุ่มคนที่อพยพเข้ามาตั้งบ้านเรือนในครั้งแรกประกอบด้วย ชาวจีน ชาวลาว คนในท้องถิ่นและแขกนอก บนความหลากหลายของเชื้อชาติที่รวมตัวกันเป็นชุมชนในพื้นที่ ตำบลบางขุนไทรนั้นไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหาในการอยู่รวมกันแต่อย่างใด ต่างอยู่ร่วมกันด้วยความเป็นเอกภาพ ในแต่ละกลุ่มเชื้อชาติก็จะมีพื้นที่ในการสร้างชุมชนอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ๆ เช่น ชุมชนเชื้อสายจีนมักจะตั้งบ้านเรือนอยู่ติดทะเล ( หมู่ 1 หมู่ 2 หมู่ 3 ) ชุมชนที่มีเชื้อสายแขกหรือนับถือศาสนาอิสลามก็จะร่วมกันอยู่ที่หมู่ 4 บ้านแขก ชุมชนที่เชื้อสายชาวลาวก็จะรวมกันตั้งชุมชนอยู่ที่หมู่ 5 หมู่ 6 ส่วนคนท้องถิ่นที่อพยพเข้ามาตั้งชุมชนก็จะรวมกันอยู่ในหมู่ 8 หมู่ 10 หมู่ 7 และหมู่ 9 เป็นต้น และในปัจจุบันมีการผสมกลมกลืนกันอย่างลงตัว ทำให้ชุมชนบางขุนไทรเป็นชุมชนเข้มแข็ง มีฐานะทางเศรษฐกิจของชุมชนที่สามารถเลี้ยงตนเองได้ในระดับหนึ่ง

อาชีพและรายได้ของประชากร

                จากภูมิประเทศของตำบลบางขุนไทร ที่ประกอบไปด้วยพื้นที่ที่ติดชายทะเลและพื้นที่บนที่ดอนมีผลให้การประกอบอาชีพ   ของประชากรในพื้นที่ค่อนข้างมีความหลากหลายกล่าวคือ ชุมชนที่มีพื้นที่อยู่ใกล้ทะเล (หมู่ 1 หมู่ 2 หมู่ 3 หมู่ 4 หมู่ 8 หมู่ 10)จะมีอาชีพทำประมงชายฝั่ง ด้วยการออกเรือจับกุ้ง ปู ปลาและเก็บหอยแครง หอยเสียบด้วยมือ รับจ้างทั่วไปและทำนาเกลือ  หมู่บ้านที่อยู่บนที่ดอนส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพเกี่ยวกับเกษตรกรรม เช่น ทำนาข้าว ทำสวน ปลูกผัก รับจ้างทั่วไป บางส่วนก็ทำประมงชายฝั่งด้วยการเก็บหอยแครงหอยเสียบ และทำนาเกลือ

                แต่เมื่อดูแหล่งที่มาของรายได้รวมในแต่ละหมู่บ้านพบว่า อาชีพรับจ้าง (ทั้งในภาคเกษตร นอกภาคเกษตรในพื้นที่และนอกพื้นที่ตำบลบางขุนไทร) เป็นอาชีพที่สร้างรายได้รวมเป็นอันดับหนึ่งของหมู่บ้าน มีจำนวน 6 หมู่บ้านคิดเป็นรายได้รวมปีละประมาณกว่า 20 ล้านบาท รองลงมาคือ อาชีพค้าขาย มีจำนวน 3 หมู่บ้าน คิดเป็นรายได้รวมปีละประมาณกว่า 11 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 2 หมู่บ้าน รายได้หลักมาจากการทำอาชีพประมงชายฝั่ง

                               

 

การคมนาคมและสาธารณูปโภค

                เส้นทางคมนาคมและการเดินทางเข้าสู่ตำบลบางขุนไทร  ตามเส้นทางหลัก 4เส้นทาง   ดังนี้

                                เส้นทางที่ 1 จากอำเภอเมืองเพชรบุรี ตามถนนลาดยาวผ่านตำบลหนองโสน ตำบลท่าแร้ง ถึงตำบลบางขุนไทรรวมระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร

                                เส้นทางที่ 2 จากอำเภอเมืองเพชรบุรี ผ่านตำบลช่องสะแก ตำบลบางจาน ถึงตำบลบางขุนไทรรวมระยะทางประมาณ 7  กิโลเมตร

                  เส้นทางที่ 3 บริเวณ  กม.72 ของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 35 โดยมีบางส่วนของแนวเส้นทางช่วงที่ 1 อยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม แนวเส้นทางต่อเนื่องผ่านพื้นที่เกษตรกรรม นาเกลือและชุมชน ใน อ.บ้านแหลม อ.เมือง สิ้นสุดที่ อ.ชะอำ ระยะทางจาก กม.72 หมายเลข 35 ถึง ต.บางขุนไทรประมาน30 กม. โดยผ่านคลองโครง ผ่าน ต.บางตะบูนผ่าน อ.บ้านแหลม จากอำเภอถึง ต.บางขุนไทร 5 กม. อยู่ระหว่างก่อสร้างอยู่                            

                                เส้นทางที่ 4 เริ่มจากชะอำสายในผ่านปึกเตียน ถึงหาดเจ้าสำราญ  หากมาจากสายนอนเพชรเกษมผ่านท่ายาง เรียบตัวเมืองเพชรบุรีผ่านมหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบุรีถึงหาดเจ้าสำรา ญ เริ่มต้นที่หาดจาสำราญ ผ่าน ต.แหลมผักเบี้ย ต.บางแก้ว และปากทะเล ถึง ต.บางขุนไทร ระยะทางประมาณ 35 กิโลเมตร                

           สถานที่สำคัญของชุมชน

                            ตำบลบางขุนไทรมีสถานที่ที่น่าสนใจอยู่หลายแห่ง ทั้งส่วนที่เป็นธรรมชาติ วัดวาอารามเหมาะที่จะเดินทางแวะชม  เช่นบริเวณป่าชายเลน ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 450 ไร่ ขึ้นอยู่ตามชายฝั่งยาวประมาณ 10 กิโลเมตร มีหน่วยจัดการทรัพยากรป่าชายเลน กรมป่าไม้ เข้ามาตั้งสถานีคอยดูแลการบุกรุกตัดต้นไม้ ในพื้นที่ดังกล่าวจะมีสะพานไม้ไผ่สำหรับนักท่องเทียวเดินออกไปดูหาดโคลนที่ชาวบ้านออกไปเก็บหอยแครง หอยเสียบ นอกจากป่าชายเลนก็มีวัด 2 แห่งในพื้นที่คือ วัดบางขุนไทร และ วัดดอนผิงแดด มัสยิดดารุลอิบาดะห์ อีก 1 แห่ง

                 การศึกษา

                ตำบลบางขุนไทรเป็นตำบลที่มีหมู่บ้านรวมกันแล้วถึง 11 หมู่บ้าน จำนวนประชากรรวมทั้งสิ้นประมาณ 7,330 คน มีโรงเรียนตั้งอยู่ในพื้นที่จำนวน 2 โรง ที่เปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงชั้นมัธยมต้น คือโรงเรียนบางขุนไทร (ผดุงวิทยา) ตั้งขึ้นเมื่อปี 2465 เปิดสอนใน ประจำการรวมทั้งสิ้น 23 คน แบ่งเป็นครูที่สอนระดับประถมและอนุบาล 14 คน สอนระดับมัธยมศึกษา 8 คน อีกโรงเรียนหนึ่งคือ โรงเรียนวัดดอนผิงแดดก่อตั้งเมื่อปี 2479 เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีครูประจำการรวมทั้งสิ้น 14 คน นอกจากโรงเรียนทั้งสองแห่งในตำบลนี้แล้วยังมีศูนย์รับเลี้ยงเด็กเล็กอีก 2 แห่ง ตั้งอยู่ในบริเวณโรงเรียนทั้ง 2 แห่งด้วย

                เด็กและเยาวชนในพื้นที่ตำบลบางขุนไทร นอกจากจะเรียนที่โรงเรียนในพื้นที่แล้ว มีนักเรียนบางส่วน ที่เดินทางออกไปเรียนหนังสือยังพื้นที่อื่น ทั้งในตัวอำเภอบ้านแหลมและตัวจังหวัดเพชรบุรี ในระดับต่าง ๆ อีกจำนวนหนึ่ง

           

 

   

 

 

 สุขภาพอนามัยและบริการสาธารณสุข

                ชุมชนบางขุนไทรมีสถานีอนามัยเปิดบริการด้านสุขภาพอนามัยอยู่ 1 แห่ง มีเจ้าหนาที่บริการจำนวน 4 คน นอกจากนั้นในแต่ละหมู่บ้าน จะมีศูนย์สาธารณสุขมูลฐานชุมชน(คสมช.) ทุกหมู่บ้าน    และมีกองทุนยาอีก 3 แห่งอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) อีก 80 คน

                แม้ว่าการแพทย์ปัจจุบันจะเข้าถึงทุกหมู่บ้านแล้วก็ตาม  แต่ก็ยังพบว่ามีการใช้หมอกลางบ้าน หมอยาสมุนไพร หมอบีบ หมอนวดอยู่ประปราย

                ชาวบ้านสามารถซื้อยามารักษาเองได้  ซึ่งจะมียาสามัญขายตามร้านขายของชำในแต่ละหมู่บ้านอย่างน้อยมี 2 – 3 ร้าน ที่มีร้านขายยา ส่วนใหญ่จะเป็นยาแก้ไข้ แก้ปวดทั่วไป

                จากการสัมภาษณ์ผู้นำของแต่ละหมู่บ้านพบว่า  โรคที่เป็นปัญหาหลักของหมู่บ้านคือโรคหวัด พบในทุกหมู่บ้าน รองลงมาคือ ไข้เลือดออก , เบาหวาน , ความดันสูง ส่วนโรคอื่น ๆ ที่คิดว่าเป็นปัญหาในหมู่บ้าน ได้แก่ ภูมิแพ้ , ผิวหนัง , วัณโรค ปวดเมื่อยตามร่างกาย

        กลุ่มองค์กรชุมชน

                ในชุมชนบางขุนไทร  ได้มีการรวมตัวเป็นกลุ่มในลักษณะต่าง ๆ โดยการจัดตั้งจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง หรือในบางกลุ่มเป็นการรวมตัวกันของสมาชิกในชุมชน   เพื่อวัตถุประสงค์ให้การช่วยเหลือสมาชิก ที่มีความเดือดร้อนในด้านต่าง ๆ ส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับทุนในการประกอบอาชีพรองลงมาเป็นกลุ่มที่มีวัตถุประสงค์ในการระดมทุนในรูปของการออมทรัพย์ ซึ่งในแต่ละกลุ่มก็จะมีชื่อกลุ่มบ่งบอกถึงกิจกรรมของตนเองอย่างชัดเจน สำหรับทุนที่ได้จากการระดมทุนจากสมาชิกกลุ่มต่าง ๆ มีประมาณ 4.5 ล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมกับกองทุนหมู่บ้านละ 1 ล้านบาทที่รัฐบาลได้ดำเนินการในปี 2544

               ในปัจจุบันปี 2550 ทางกลุ่ม องค์กรในตำบลบางขุนไทรยังได้รับงบประมาณสนับสนุนจากองค์กรภายนอก เช่น สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช) ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส) , ศตจ. , ปชช. ส่วนองค์กรภายใน ได้แก่ องค์การปกครองส่วนถ้องถิ่น ให้การสนับสนุนด้วย

       ปัญหาสิ่งแวดล้อม

                ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ผู้นำชุมชนระบุว่าเป็นปัญหาของหมู่บ้านบ้านตน แม้ว่าที่มาของปัญหาอาจไม่ได้เกิดจากการกระทำของชาวบ้านในหมู่บ้านก็ตาม คือ ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการใช้ปุ๋ย เช่น หน้าดินแข็ง ดินเสื่อมสภาพ ดินจืด เป็นต้น ส่วนใหญ่ปัญหาเหล่านี้จะเกิดขึ้นในหมู่บ้านที่ประชากรส่วนใหญ่มีอาชีพทำนา คือ หมู่ 5 หมู่ 6 หมู่ 7 หมู่ 9 และหมู่ 11

                ส่วนปัญหาน้ำเน่าเสียในลำคลองและขังตามแอ่งในชุมชนมีอยู่เกือบทุกหมู่บ้านโดยเฉพาะหมู่บ้านที่อยู่ติดชายทะเล  ปัญหาน้ำในคลองเน่าเสียเกิดจากการทิ้งน้ำจากครัวเรือนลงไปตามคูครอง ส่วนหมู่บ้านที่อยู่ซีกดอนน้ำเน่าเสียในบางช่วยฤดู เกิดจากสารเคมีที่ใช้ในการเกษตรไหลลงสู่แหล่งน้ำ และน้ำเสียที่ระบายมาจากชุมชนอื่น ทำให้ปลาตาย และการแพ้สารเคมีเมื่อใช้น้ำอุปโภคในครัวเรือน

                ส่วนปัญหาสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ของชุมชนบางขุนไทร ได้แก่ ปัญหาที่จัดเก็บขยะแต่ละหมู่บ้านมีไม่เพียงพอทำให้มีขยะกองอยู่ทั่วไป ปัญหาสิ่งแวดล้อมอันเกิดจากสัตว์เลี้ยงในบางหมู่บ้าน

      

 

 

 

  ภูมิปัญญาท้องถิ่น

                ในความหลากหลายของระบบนิเวศน์ของทรัพยากรธรรมชาติ อีกทั้งความหลากหลายทางด้านประเพณี ความเชื่อ และการประกอบอาชีพของชุมชนบางขุนไทร ทำให้ตำบลบางขุนไทร เป็นแหล่งรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับการดำรงชีพ ขนบธรรมเนียมประเพณีต่าง ๆ โดยเฉพาะการประกอบอาชีพทางทะเลที่ผ่านการลองผิดลองถูก จนสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันและถ่ายทอดกันมาหลายรุ่น เช่นวิธีการสังเกตน้ำ ว่าเป็นลักษณะน้ำดีหรือน้ำเสีย นั้น ดูได้จากฟองน้ำที่กระจายตัวในเวลากลางคืน ถ้าฟองน้ำพรายน้ำเหมือนแสงหิ่งห้อยกระจายออกจะเป็นลักษณะของน้ำเสีย ถ้าไม่มีพรายน้ำจะมีลักษณะคลื่นเป็นฟองบางก็จะเป็นลักษณะน้ำดี วิธีการสังเกตแหล่งที่จะจับสัตว์น้ำว่าช่วงใดจะมีสัตว์น้ำชนิดไหนอยู่แห่งใด ชาวประมงมีวิธีการสังเกตดังนี้คือ ถ้าในช่วงขึ้น 1 ค่ำ จะได้กุ้งแถวก้นโป๊ะ ถ้าขึ้น 2 ค่ำ จะได้กุ้งบริเวณก้นยอและช่วงน้ำเกิด (น้ำขึ้น) จะได้กุ้งน้ำลึก เป็นต้น

                 เมื่อมองภาพรวมของบางขุนไทรในยุคเริ่มแรกพบว่าเป็นชุมชนที่พึ่งตนเองในทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะปัจจัยที่สำคัญในการดำรงชีพ เช่นเรื่องข้าวปลาอาหาร เป็นต้น นอกจากจะสามารถผลิตเพื่อใช้ในชุมชนของตนเองได้เพียงพอแล้ว ยังสามารถผลิตเพื่อจำหน่ายทั้งในและนอกชุมชน ส่งผลให้สภาพความเป็นอยู่ในชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี อาจกล่าวได้ว่าเศรษฐกิจของชุมชนบางขุนไทรในขณะนั้นได้อาศัยความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทั้งทางบกและทางทะเล เป็นต้นทุนในการผลิตอย่างแท้จริง

                             การเปลี่ยนแปลง   ในช่วงต่อมาของชุมชนบางขุนไทร ซึ่งอยู่ในช่วงประมาณปี 2511 – 2515    เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญหลายด้านในชุมชน เช่นมีการขุดคลองชลประทานเข้ามาในพื้นที่ การสร้างเขื่อนเพชรบุรี การสร้างถนนคันกั้นน้ำเค็มเบอร์หนึ่ง จากอำเภอบ้านแหลมผ่านตำบลบางขุนไทร รวมถึงมีการใช้ทรัพยากรทางทะเลอย่างเข้มข้นจากคนนอกชุมชนสถานการณ์เหล่านี้ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม ภายในชุมชน วิถีชีวิตของชุมชนเริ่มเปลี่ยนแปลงไป มีการอพยบไปทำงานต่างถิ่น อาชีพดั้งเดิมของชุมชนเช่น การทำประมงด้วยอวนลาก   การทำยอ ค่อย ๆ หมดไป มีอาชีพใหม่เกิดขึ้น เช่น การทำนาเกลือในชุมชนที่มีพื้นที่อยู่ติดชายฝั่งทะเล           เหตุการณ์การแย่งชิงใช้ทรัพยากรทางทะเล จากกลุ่มคนนอกชุมชนเริ่มรุนแรงขึ้นในอดีตการประกอบอาชีพประมงของชุมชนที่อยู่ใกล้ชายฝั่ง มีหลากหลายวิธีการ เช่น การทำอวนลาก ทำยอ  เก็บหอยแครง หอยเสียบด้วยมือเปล่า เป็นต้น ต่อมาทรัพยากรในทะเลลดน้อยลง  ทำให้การทำประมงบางอย่างต้องเลิกราไปเพราะจับสัตว์น้ำได้น้อยลง อย่างเช่นการทำอวนลาก ทำยอ ยังคงเหลือการทำประมงชายฝั่ง   โดยเฉพาะการเก็บหอยแครงด้วยมือ เป็นอาชีพที่เป็นเอกลักษณ์ประจำชุมชนบางขุนไทรไปแล้ว ด้วยความที่เป็นแหล่งหอยแครงธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ จึงทำให้มีกลุ่มทุนนอกชุมชนลักลอบเข้าเก็บหอยด้วยการใช้เรือคราด ซึ่งผิดกับผู้คนในชุมชนบางขุนไทร ที่ใช้เพียงกระดานและถังใส่หอยในการออกไปเก็บหอย ไม่ได้ใช้อุปกรณ์พิเศษอื่นใด จึงทำให้แหล่งทำมาหากินคือดอนหอยแครงยังคงเป็นแหล่งแพร่พันธ์ของหอยได้จนถึงทุกวันนี้ แต่เมื่อกลุ่มคนนอกชุมชนเข้ามาใช้เรือคราดคราดหอยในพื้นที่ทำกินของชุมชน ได้สร้างความเสียต่อแหล่งที่อยู่ของหอย หน้าดินเสียหายจากคราด สัตว์น้ำตัวอ่อนถูกทำลาย ทำให้ปริมาณหอยแครง หอยเสียบลดลง ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชน ที่อาศัยทรัพยากรทางทะเลสำหรับเลี้ยงชีพ  คนที่เคยทำประมงบางครอบครัวก็ออกไปรับจ้างเป็นลูกเรือประมงยังที่อื่น เช่นทางภาคใต้ เป็นต้น ส่วนครอบครัวที่มีอาชีพเก็บหอยแครงหอย  หอยเสียบบางส่วน ก็ออกไปรับจ้างเก็บหอยแครงในพื้นที่อื่น เช่น จังหวัดชลบุรี ปัญหาการอพยพแรงงานเริ่มขึ้นจากผลพวงดังกล่าว และปัญหาทางสังคมเช่น ปัญหายาเสพติด ปัญหาโรคเอดส์ เริ่มแพร่เข้ามาในชุมชนมากขึ้น

               

 

                 การปรับตัวของชุมชน   จากปัญหาต่างที่เกิดขึ้นในชุมชนบางขุนไทรตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทำให้ชุมชนพยายามหาทางออกบนพื้นฐานที่สอดคล้องกับศักยภาพของตนเอง เช่นการเกิดอาชีพดั้งเดิมที่มีปัญหา คือการทำนาเกลือเพื่อทดแทนอาชีพการทำประมงอวนลาก และทำยอ รวมทั้งริเริ่มการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเช่น กุ้ง ปลา เป็นต้น ปัจจุบันชุมชนบางขุนไทร เป็นแหล่งผลิตเกลือสมุทรที่สำคัญแห่งหนึ่งของภาคตะวันตก มีพื้นที่ในการทำนาเกลือกว่า  6,000ไร่

                นอกจากการหันมาทำเกลือในพื้นที่อยู่ติดชายฝั่งแล้ว อาชีพรับจ้างทั่วไปทั้งในภาคเกษตรและนอกภาคเกษตร ก็เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่มีจำนวนครัวเรือนจำนวนมากหันมาประกอบอาชีพนี้เพิ่มขึ้นทุกหมู่บ้านในตำบลบางขุนไทร และเป็นอาชีพที่ทำรายได้รวมเป็นอันดับแรก ๆ ของหลายหมู่บ้าน ทั้งนี้เป็นเพราะว่าโดยลักษณะทางกายภาพของชุมชนบางขุนไทรที่มีความหลากหลาย ส่งผลให้มีการประกอบอาชีพหลายอย่างตามมา (การทำนาเกลือเป็นงานที่ต้องจ้างแรงงานหลายขั้นตอน)  ซึ่งเป็นผลดีต่อคนในชุมชนช่วยแก้ปัญหาการอพยพแรงงานไปยังต่างถิ่นไกล ๆ ได้เป็นอย่างดี นอกจากมีการจ้างงานในพื้นที่แล้ว รอบ ๆ ชุมชนบางขุนไทรยังเป็นแหล่งที่ตั้งของโรงงานแปรรูปอาหารทะเล และงานก่อสร้างต่าง ๆ ทำให้ประชากรในพื้นที่มีทางเลือกมากขึ้น โดยรวมแล้วสภาพการว่างานในชุมชนบางขุนไทรมีน้อยมาก จากองค์ประกอบเหล่านี้จึงทำให้ชุมชนบางขุนไทร สามารถปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี ไม่ตกอยู่ในสภาพสังคมชุมชนล่มสลายอย่างหลายชุมชนของประเทศ

                  การปรับตัวของชุมชนในด้านอื่นนอกเหนือจากเรื่องอาชีพแล้ว ที่เด่นชัดคือ การรวมตัวของชาวบ้าน เพื่อปกป้องสิทธิผลประโยชน์ของชุมชน เช่นกรณีการรวมตัวของ   กลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล ที่ก่อตั้งเมื่อปลายปี  2535  เป็นการรวมตัวของผู้นำและชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจารกรณีเรือคราดจากต่างพื้นที่ คณะกรรมการและชาวบ้านในพื้นที่ต่างทำงานด้วยความเสียสละและอดทน แม้ในระยะแรกสมาชิกจะมีจำนวนไม่มากก็ตาม แต่จากการทำงานอย่างทุ่มเทของกลุ่ม ฯ ก็สามารถแก้ไขปัญหาเรือที่ลักลอบเข้ามาคราดหอยได้ระดับหนึ่งกว่า 10ปี  ที่ทางกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล ได้ดำเนินกิจกรรมมา ปัจจุบันจึงเป็นที่ยอมรับของสังคมมากขึ้น และชุมชนบางขุนไทรก็เป็นที่รู้จักของสาธารณะชนทั้งภาครัฐและเอกชนมีรายการสารคดีทางโทรทัศน์ช่องต่าง ๆ มาขอถ่ายทำการดำเนินงานของกลุ่มอนุรักษ์ ฯ และวิถีชีวิตของชุมชนอยู่เป็นระยะ การเสียสละร่วมกันของชุมชน เพื่อรักษาแหล่งทำมาหากินของส่วนรวม  คือ หอยเสียบ  หอยแครง  และทรัพยากรทางทะเลไว้  เป็นกิจกรรมที่แสดงให้เห็นถึงจิตสำนึกสาธารณะที่น่าชื่นชม  เป็นสิ่งดีงามที่เกิดขึ้นในตำบลบางขุนไทร

                ปัจจัยที่มีผลต่อความเข้มแข็งของชุมชน   เมื่อดูภาพรวมทั้งหมดของชุมชนบางขุนไทรแล้วพบว่า มีหลายปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนให้ชุมชนสามารถปรับตัว ให้ทันกับกระแสการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากปัจจัยภายในและภายนอก และเป็นจุดแข็งของชุมชน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

                                ความหลากหลายในชุมชน   ระบบนิเวศน์และอาชีพ ทำให้ชุมชนมีทางเลือกมากขึ้น เมื่อประสบปัญหาในกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง ชุมชนสามารถที่จะปรับเปลี่ยนได้ตามศักยภาพที่มีอยู่ในถ้องถิ่น พบว่าชุมชนบางขุนไทรประกอบไปด้วยลักษณะทางกายภาพที่เอื้อต่อการผลิตสำหรับการดำรงชีพ              

 จัดประชุมคณะทำงานการสืบค้นความดี / คนดีศรีชุมชนตำบลบางขุนไทร เพื่อคัดเหลือก บุคคล  กลุ่ม / องค์กร  และชุมชน ที่มีคุณสมบัติในเกณฑ์ชี้วัดการสืบค้นความดีที่มีคุณธรรม / จริยธรรม เป็นแบบอย่างที่ดีต่อชุมชนตำบลบางขุนไทร

                          มีคณะทำงานการสืบค้นความดี / คนดีศรีชุมชนเข้าร่วมประชุมจำนวน  19 คน ติดภารกิจ  3  คน

โดยพิจารนาคัดเหลือกบุคคลจากรายชื่อที่ได้รับการยอมรับการค้นความดี / คนดีศรีชุมชนของแต่ละหมู่บ้านที่มี

อยู่ 11 หมู่ โดยเหลือกเอาหมู่ละ 2 คน   คณะทำงานทั้ง 16 คนได้พิจารณาคัดเหลือกคนที่ทำความดี มีคุณธรรม

จริยธรรม   เสียสละช่วยเหลือเพื่อส่วนรว ม  และเป็นที่รู้จักของคนในตำบลบางขุนไทร กลุม่ / องค์กร

     

     เกณฑ์ชี้วัดในการคัดเหลือก ปัจเจก  (บุคคล)  ที่ทำคุณประโยชน์ให้กับภาพรวมตำบลบางขุนไทร มีดังนี้

                                1. เป็นบุคคล /ผู้นำในการดูแลอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมในตำบล

                                2. เป็นบุคคลที่เป็นแบบอย่างที่ดีที่ทำคุณประโยชน์และเสียสละในตำบล

                                3. เป็นบุคคลต้นแบบที่ชุมชนในตำบลยอมรับการทำคุณประโยชน์โดยรวมของตำบล

                                4. เป็นบุคคลที่เสียสละทำงานในภาพรวมของตำบลโดยมิหวังสิ่งตอบแทน

                                5. เป็นบุคคลที่ยึดมั่นใน  ชาติ  ศาสนา มหากษัตริ

                                6. เป็นที่รู้จัด และมีความเชื่อมั่นของคนในตำบล      

    คัดเลือกบุคคลในระดับตำบลจากเกณฑ์ชี้วัดที่ได้กำหนดไว้ ได้  9  คน ดังรายชื่อต่อไปนี้

                                                               1.นาย โช  แสงจันทร์

                                                               2.นาง อุบล  อภิสิทธิ์แก้วเจริญ

                                                               3.นาย อาสนะ  อภิสิทธิ์แก้วเจริญ

                                                               4.นาย จรรยง  พิทักษ์

                                                               5.นาย ธนู  วงษ์ใหญ่

                                                               6.นาย แหลมทอง โตแตง

                                                               7.นาย อนันต์  แสงแก้ว

                                                               8.นาง แหว่น  โชยา

                                                               9.นายเฉลียว  บุญล่า

 

            เกณฑ์ชี้วัดในการคัดเหลือก กลุ่ม / องค์กร ที่ทำคุณประโยชน์ให้กับตำบลบางขุนไทรมี 6 หัวข้อดังนี้

                                 1.เป็นกลุ่ม /องค์กรที่ทำคุณประโยชน์ให้กับชุมชน และตำบลโดยรวม

                                2.เป็นกลุ่ม /องค์กรที่สามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ และขยายผล  แลกเปลี่ยนได้

                                3.เป็นกลุ่ม /องค์กรที่มีตัวตน มีคณะทำงานที่เป็นรูปธรรม

                                4.เป็นกลุ่ม /องค์กรที่มีการบริหารการจัดการที่ดี มีรูปแบบชัดเจน

                                5.เป็นกลุ่ม /องค์กรที่ไม่เน้นเอาแต่ผลประโยชน์เพียงอย่างเดียว

 6.เป็นกลุ่ม /องค์กรที่มีคุณธรรม  จริยธรรม  ช่วยเหลือและเสียสละ

  

 

      คัดเหลือก กลุ่ม / องค์กร ในระดับตำบลจากเกณฑ์ชี้วัดที่กำหนดไว้  ได้  15 กลุ่ม /องค์กร                                                                                       

                             1. ศูนย์เรียนรู้ เกษตรอินทรีย์ – ชีวภาพ  (บ้านสนามนา)

                                    2. กลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล และชายฝั่ง ต.บางขุนไทร

                                    3. กลุ่มไบโอดีเซล (ดอนผิงแดด)

                                    4. เครือข่ายแผนแม่บทชุมชน ตำบลบางขุนไทร

                                    5. องค์กรเครือข่ายชุมชน ตำบลบางขุนไทร

                                    6. ศูนย์ปฎิบัติการตำรวจชุมชน ตำบลบางขุนไทร

                                    7. กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต (บ้านดอนวัด)

   <