ตำบลบ้านสิงห์
ศูนย์คุณธรรมตำบลบ้านสิงห์1.ข้อมูลพื้นฐานตำบลบ้านสิงห์
ราชบุรี เป็นเมืองเก่ามาแต่โบราณ ไม่มีเรื่องราวที่เป็นหลักฐานแน่นอนว่าสร้างมาในสมัยใด
แต่หลักฐานทางโบราณวัตถุและโบราณสถานที่มีอยู่ พอจะเชื่อถือได้ว่า ราชบุรีเป็นเมืองๆ หนึ่งในแคว้นสุวรรณภูมิ มีนครปฐมเป็นมหานครซึ่งเรียกว่า "ทวารวดี" จากตำนานทางพุทธศาสนา เมื่อปี พ.ศ. 218 พระเจ้าอโศกมหาราชแห่งประเทศอินเดียได้ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และได้เผยแพร่พุทธศาสนาสู่แคว้นสุวรรณภูมิโดยสมณทูต มีพระโสณะและพระอุตระเป็นหัวหน้าคณะ โดยใช้นครปฐม หรือทวารวดีเป็นเมืองหลักในการเผยแพร่พุทธศาสนา ตามการสันนิษฐานราชบุรี ซึ่งอยู่ในแคว้นสุวรรณภูมิ ก็คงจะเป็นหัวเมืองที่เจริญรุ่งเรืองมากแห่งหนึ่งตัวเมืองราชบุรีได้มีการย้ายที่ตั้งเมืองมาหลายสมัย จนกระทั่งครั้งที่ 4 ในปี พ.ศ. 2440 ได้ย้ายเมืองมาตั้งยังที่เป็นศาลากลางจังหวัดในปัจจุบัน
จุดเด่นของจังหวัดราชบุรี มีพื้นที่ซึ่งเป็นย่านที่มีวัฒนธรรมร่วมกันของกลุ่มคนชาวไทยที่อพยพมาจากลาวเมืองเวียงจันทน์ สาธารณประชาธิปไตยประชาชนลาว เรียกว่าไทยลาวเวียงหรือไทยลาวตี้ ซึ่งเข้ามาตั้งถิ่นฐานในเมืองราชบุรีตั้งแต่สมัยธนบุรีเรื่อยมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ โดยมาตั้งถิ่นฐานบริเวณห่างจากแม่น้ำแม่กลองด้านทิศตะวันออกราว 2 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่อำเภอโพธาราม อำเภอบ้านโป่ง และอำเภอจอมบึง ชาวไทยลาวเวียงที่ยังคงดำรงซึ่งวัฒนธรรมลาวเวียง ในพื้นที่อำเภอโพธาราม ได้แก่ บ้านสิงห์ บ้านฆ้อง บ้านบ่อมะกรูด บ้านเลือก บ้านกำแพงเหนือ บ้านกำแพงใต้ บ้านดอนหวาย บ้านหนองรี บ้านบางลาน บ้านหนองอ้อ อำเภอบ้านโป่ง ได้แก่ บ้านดอนเสลา บ้านหนองปลาดุก บ้านฆ้องน้อย ส่วนอำเภอจอมบึง ได้แก่พื้นที่บ้านนาสมอ บ้านสูงเนิน บ้านทำเนียบ บ้านเกาะ บ้านหนอง บ้านเก่า บ้านวังมะเดื่อ
ตำบลบ้านสิงห์เป็นหนึ่งในย่านที่มีวัฒนธรรมลาวเวียงที่สืบทอดมาตั้งสมัยรุ่นบรรพบุรุษ ตามตำนานบอกเล่าต่อกันมาเกี่ยวกับที่มาของชื่อตำบลว่าเดิมบริเวณที่ตั้งของหมู่บ้านเป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ ชาวบ้านมีอาชีพทำนาทำไร่ อยู่มาวันหนึ่งมีชาวบ้านจับงูใหญ่ตัวหนึ่งได้ เป็นงูที่มีลักษณะคล้ายพญานาคหัวสิงห์ เรียกว่า “งูสิงห์” ชาวบ้านจึงเรียกบริเวณนั้นว่า “บ้านสิงห์” ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และได้ยกฐานะจากหมู่บ้านเป็นตำบลบ้านสิงห์ ได้รับประกาศจัดตั้งเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านสิงห์ เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2538 และได้รับการยกฐานะจากองค์การบริหารส่วนตำบลเป็นเทศบาลตำบลบ้านสิงห์ เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2548 โดยมีคำขวัญประจำเทศบาลว่า “วัฒนธรรมลาวเวียง กุนเชียงเลื่องชื่อ ร่ำลือตุ๊กตา ศูนย์การค้าเกษตรกรรม” เทศบาลตำบลบ้านสิงห์ อยู่ห่างจากอำเภอโพธาราม ประมาณ 5 กิโลเมตร มีพื้นที่ 18,232.25 ไร่ หรือ 29.9 ตารางกิโลเมตร มีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่ม เป็นแอ่งกะทะ ซึ่งเกิดจากอิทธิพลของแม่น้ำแม่กลองและแม่น้ำนครชัยศรี พื้นที่มีลักษณะลาดเทเล็กน้อยดินส่วนใหญ่จะเป็นดินเหนียว เหมาะสำหรับการทำนา ทำไร่ไม้ผลไม้ยืนต้น ตำบลบ้านสิงห์อยู่ในเขตชลประทาน โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาราชบุรีฝั่งซ้าย มีคลองส่งน้ำจำนวน 4 เส้น มีคลองธรรมชาติ คลองลึง บ่อน้ำตื้น บ่อบาดาล น้ำประปา ไฟฟ้า การคมนาคมไปมาสะดวก ประชากรในเขตเทศบาลตำบลบ้านสิงห์ ประกอบอาชีพแตกต่างกันไป ตามสภาพพื้นที่ในแต่ละหมู่ ซึ่งโดยทั่วๆไป ประชากรส่วนใหญ่ ประกอบอาชีพทางด้านเกษตรกรรมทำไร่อ้อย ทำสวน ปลูกผัก และเลี้ยงสัตว์ เป็นหลัก นอกจากนี้มีการรวมกลุ่มประกอบอาชีพอุตสาหกรรมในครัวเรือน เช่น ทำตุ๊กตาผ้าส่งออกจำหน่าย แปรรูปอาหาร สินค้า OTOP และเปิดร้านจำหน่ายในเขตตำบลบ้านสิงห์ และริมถนนเพชรเกษม ส่งผลให้รายได้ของชาวบ้านค่อนข้างดี และมีงานทำตลอดปี ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานของตำบลมีเส้นทางการติดต่อระหว่างหมู่บ้านสะดวกสบาย มีโรงเรียนประถมศึกษา 4 แห่ง โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาระดับมัธยม 1 แห่ง มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 1 แห่ง สถานีอนามัย 2 แห่ง ตั้งอยู่บ้านกำแพงเหนือและบ้านบางกะโด และมีวัดเพื่อประกอบพิธีทางศาสนา จำนวน 5 วัด ได้แก่ วัดบางกะโด วัดหนองอ้อ วัดบ้านสังข์ วัดกำแพงเหนือ วัดกำแพงใต้ อาณาเขตติดต่อ ทิศเหนือติดต่อกับตำบลบ้านฆ้อง และอำเภอโพธาราม ทิศใต้ติดต่อกับตำบลบ้านไร่ อำเภอดำเนินสะดวก ตำบลสามเรือนอำเภอเมืองราชบุรี และตำบลดอนทราย อำเภอโพธาราม ทิศตะวันออก ติดต่อกับตำบลวัดแก้ว อำเภอบางแพ และทิศตะวันตก ติดต่อกับตำบลคลองข่อย ตำบลคลองตาคตและตำบลเจ็ดเสมียน
ศักยภาพของพื้นที่ตำบลบ้านสิงห์
ตำบลบ้านสิงห์เป็นพื้นที่ ที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีคลองชลประทานไหลผ่านจึงทำให้สามารถทำอาชีพการเกษตรทำสวนผลไม้และการปลูกไม้ดอก ไม้ประดับ และเลี้ยงสัตว์ เช่น หมู วัว นอกจากนี้ชาวบ้านส่วนใหญ่มีศักยภาพในการประกอบอาชีพอุตสาหกรรมในครัวเรือน เช่น การทำตุ๊กตา การทำกระเทียมดอง กุนเชียง ทำให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ ให้กับคนในเขตเทศบาล มีงานทำตลอดปี ฐานะทางด้านเศรษฐกิจค่อนข้างดี และมีการรวมกลุ่มทั้งกลุ่มองค์กรการเงินและกลุ่มอาชีพ ที่มีอยู่อย่างกระจัดกระจายในตำบล เช่น กลุ่มผู้เลี้ยงโค กลุ่มแม่บ้านแปรรูป กลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์ กลุ่มออมทรัพย์ ธนาคารหมู่บ้าน กลุ่มปลูกผักปลอดสารพิษ กลุ่มปุ๋ยอินทรีย์ กลุ่มทำขนม กลุ่มวิสาหกิจชุมชน
มีฐานงานพัฒนาทางด้านองค์กรการเงินคือกลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์บ้านหนองอ้อ ซึ่งสามารถเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านด้านองค์กรการเงิน และการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ของสมาชิกได้ นอกจากนี้แต่ละหมู่บ้านในตำบลบ้านสิงห์ ยังได้รับเงินสนับสนุนเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต จากโรงงานผลิตไฟฟ้าราชบุรีหมู่บ้านละ 1 แสนและมอบให้เทศบาลละ 2.5 ล้านบาท จังหวัดละ 10 ล้านบาท เพื่อเป็นกองทุนพัฒนาคุณภาพชีวิต (คาดว่านจะมีการช่วยเหลือติดต่อกันประมาณ 25 ปี) เนื่องชาวบ้านได้รับผลกระทบจากการผลิตโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้า ทางด้านการทำการเกษตร มลพิษทางอากาศ โดยจะมีเทศบาลทำหน้าที่ในการดูแลงบประมาณ หมู่บ้านที่ต้องการใช้เงินที่ได้รับสนับสนุน จะต้องมีแผนงานและมีการประชาคมหมู่บ้านว่าจะนำเงินมาใช้อะไร ชุมชนต้องมีการทำโครงการเสนอเทศบาล เช่น การทำบ่อประปาหมู่บ้าน การกีฬาต้านยาเสพติด ส่วนระดับตำบลจะต้องมีการทำโครงการเพื่อขออนุมัติงบประมาณมาใช้ เช่นสนับสนุนเรื่องการเลี้ยงปลาดุก (การคัดเลือกกลุ่มคนที่ยากจน ที่ชาวบ้านร่วมกันคัดเลือกให้มาเลี้ยงปลาดุก) การกำจัดแมลงวันโดยการใช้ปุ๋ยหมัก การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม เช่น ประเพณีวันสงกรานต์เทศบาลจะมีการจัดสรรงบประมาณหมู่บ้านละ 10,000 บาท เพื่อเตรียมงานประเพณีระดับหมู่บ้าน เช่น ขบวนแห่ ค่ารถ ค่าแต่งตัว การสนับสนุนการทำวัวขุน มีการอบรมและมีการศึกษาดูงานกลุ่มวัวขุนหมู่บ้านอื่นๆ
วัฒนธรรมท้องถิ่นเชื่อมโยงระหว่างชุมชนต่างๆ ระดับตำบล
เนื่องจากชาวบ้านตำบลบ้านสิงห์ส่วนใหญ่มีเชื่อสายลาวเวียงจึงมีประเพณีดั้งเดิมที่ชาวบ้านร่วมกันสืบทอดมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีประเพณีที่สำคัญได้แก่
1. ประเพณีแห่สงกรานต์ลาวเวียงตำบลบ้านสิงห์ ในช่วงวันที่ 13 เมษายน ของทุกปี ชาวบ้านจะมีการรดน้ำ ดำหัวผู้สูงอายุ การละเล่นพื้นบ้าน และประเพณีแห่ดอกไม้ โดยแต่ละหมู่บ้านจะร่วมกันจัดขบวนแห่ดอกไม้ มาร่วมงานก้นที่เทศบาล นอกจากนี้ยังมีการฟื้นฟูวัฒนธรรมการแต่งกายแบบลาวเวียงดั้งเดิม มีกิจกรรมประกวดการแต่งกาย ในอดีตการจัดงานชาวบ้านจะร่วมกันและมีการบริจาคเงินเพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่าย
แต่ปัจจุบันเทศบาลให้การสนับสนุนงบประมาณหมู่บ้านละ 10,000 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเตรียมงาน และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว ในตำบลบ้านสิงห์ จึงเป็นกิจกรรมที่สามารถเชื่อมโยงคนในตำบลเข้ามารร่วมกันเป็นจำนวนมากทำให้เกิดการถ่ายทอดประเพณี วัฒนธรรมสู่คนรุ่นลูกหลาน เมื่อปีที่ผ่านมามีการเชิญพี่น้องจากประเทศลาวเข้ามาร่วมงานและมีการแสดงวัฒนธรรมร่วมกันสร้างบรรยากาศสนุกสนานรื่นเริงของคนในตำบล
2. ประเพณีเทศมหาชาติภาษาลาววัดบ้านสิงห์ ชาวบ้านทั้งตำบลจะมาร่วมกันทำบุญตักบาตรและเตรียมกัณฑ์เทศน์ มาร่วมกันฟังเทศมหาชาติที่วัดบ้านสิงห์ ประมาณเดือนตุลาคมของทุกปี
3. ประเพณีบุญข้าวจี่ (บุญข้าวหลาม) เดือน 3 ประมาณเดือนมีนาคม ของทุกปี เป็นเทศกาลเดือนสาม บุญข้าวจี่ ซึ่งดั้งเดิมคือการนำเอาข้าวเหนียวมาทำเป็นแผ่นๆ ทาไข่ แล้วเอาไปย่างไฟ หรือแรกว่าข้าวจี่ เพื่อระลึกถึงบรรพบุรุษ ต่อมาเปลี่ยนเป็นการทำข้าวหลาม จึงเรียกว่าบุญข้าวหลาม แต่ละครอบครัวจะมีการทำข้าหลามเพื่อนำไปทำบุญที่วัดในหมู่บ้านและมีการนำเอาข้าหลามไปฝากญาติพี่น้องและเพื่อนบ้าน สร้างสายใยของคนในหมู่บ้านและญาติพี่น้อง
4. ประเพณีบุญสารทลาว เดือนกันยายนของทุกปี ชาวบ้านจะมีการกวนกระยาสารท ข้าวเหนียวแดงเพื่อไปทำบุญที่วัด และมีการแบ่งปันแจกจ่ายให้กับเพื่อนบ้านและญาติพี่น้อง
5. ประเพณีกินข้าวแลง ชาวบ้านแต่ละหมู่จะมีการนัดกินไม่จำกัดเวลา (ตามความสะดวก) เพื่อให้คนมาเจอกัน มาคุยกัน ชาวบ้านทำกับข้าวมากินข้าวร่วมกัน แลกเปลี่ยนกันพูดคุยกัน
2. กระบวนการพัฒนาชุมชนเข้มแข็งจากแผนแม่บทชุมชนตำบลบ้านสิงห์
2.1 การจัดทำแผนแม่บทชุมชน
ความเป็นมาของแผนแม่บทชุมชนตำบลบ้านสิงห์
จุดเริ่มต้นของการทำแผนแม่บทชุมชนตำบลบ้านสิงห์ เกิดขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ได้นำพาชาวบ้านภายในชุมชนบ้านสิงห์ไปอบรมการทำแผนแม่บทชุมชนที่วัดกำแพงใต้ ซึ่งวัดแห่งนี้เป็นวัดที่มีชื่อเสียงในด้านการเป็นสถานที่อบรม รวบรวม อนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นและเป็นวัดที่มีเจ้าอาวาสพระนักพัฒนาที่มุ่งเน้นการดำเนิน สนับสนุนกิจกรรมการพัฒนาให้กับชุมชน
หลังจากตัวแทนชุมชนตำบลบ้านสิงห์ จำนวน 12 คน ไปอบรมการทำแผนแม่บทชุมชนกลับมา ทุกคนต่างเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า “…แผนแม่บทชุมชนจะสามารถนำไปสู่การแก้ไขปัญหาให้กับชุมชนได้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความยากจนหรือปัญหาการขาดความสามัคคีภายในชุมชน…” ถึงแม้ว่าตัวแทนชุมชนบ้านสิงห์ ที่ผ่านการอบรมจะเห็นในเรื่องเดียวกัน แต่กลับพบข้อจำกัดในเรื่องการเริ่มต้นการดำเนินการจัดทำแผนแม่บทชุมชนว่าควรจะเริ่มต้นอย่างไร จึงได้นำปัญหาข้อจำกัดดังกล่าวไปบอกเล่าให้ หัวหน้าประธานกลุ่มหรือผู้ใหญ่บ้านในชุมชนที่มีใจรักการพัฒนาท้องถิ่น ดังนั้นการไปปรึกษาเรื่องการทำแผนแม่บทชุมชนจึงได้รับการตอบรับและพร้อมให้ความช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหาต่างๆในชุมชนของตนเองได้
การดำเนินการในระยะแรกได้มีการประสานกับศูนย์ตำบลบ้านฆ้อง บ้านเลือกและบ้านสิงห์ ด้วยเห็นว่าตำบลบ้านฆ้องมีจุดแข็งในเรื่องการรวมกลุ่ม ซึ่งขณะนั้นมี ผู้ประสานงานตำบลบ้านฆ้อง การพบปะพูดคุยหารือการทำแผนแม่บทชุมชนระหว่างตำบลบ้านเลือกตำบลบ้านฆ้องและบ้านสิงห์จึงมีขึ้น และเห็นว่าการขยายเรื่องแผนแม่บทชุมชนสู่ตำบลใกล้เคียงน่าจะเป็นเรื่องดี โดยการถือคติการทำงานว่า “หลายหัวดีกว่าหัวเดียว” ตั้งแต่นั้นมาแนวคิดดังกล่าวจึงได้กลายมาเป็น การเชื่อมโยงเกาะเกี่ยวเป็นเครือข่ายการทำแผนแม่บทชุมชนขึ้นมาใน 9 ตำบลและ 1 เทศบาลใกล้เคียง คือ ตำบลบ้านเลือก ตำบลบ้านฆ้อง ตำบลบ้านสิงห์ ตำบลดอนทราย ตำบลเจ็ดเสมียน ตำบลหนองโพธิ์ ตำบลดอนกระเบื้อง อ.บ้านโป่ง ตำบลดอนกระเบื้องอำเภอโพธาราม ตำบลคลองตาคตและเทศบาลโพธาราม
การเกาะเกี่ยวเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายจัดทำแผนแม่บทชุมชนระดับตำบล 12 พื้นที่ตำบล ได้ทำให้เกิดการพบปะ ปรึกษา ประชุมระหว่างตำบลขึ้น โดยข้อตกลงในระยะแรกกำหนดให้แต่ละตำบลไปดำเนินการคัดเลือกคณะกรรมการประจำหมู่บ้านละ 5 คนและคณะกรรมการระดับตำบลละไม่เกิน 15 คนขึ้นไป เมื่อได้คณะกรรมการแล้ว คณะกรรมการแต่ละตำบลได้ดำเนินการประชุมหารือขั้นตอนการจัดทำแผนแม่บทชุมชน
กระบวนการจัดทำแผนแม่บทชุมชน
ขั้นตอนที่ 1 การดำเนินการจัดทำบัญชีครัวเรือนภายในชุมชน โดยได้ประสานกับ กศน. ในพื้นที่มาให้การอบรม การช่วยเหลือเรื่องรายละเอียดการทำบัญชีครัวเรือนและได้ผลิตบัญชีขึ้นมา ซึ่งทำให้สามารถมองเห็นภาพรวมของชุมชน ซึ่งปัญหาที่พบเห็นเป็นอันดับหนึ่งของชุมชน คือ ปัญหาหนี้สินในครัวเรือนมากกเลยมีการจัดทำบัญชีครัวเรือนขึ้นมา
ขั้นตอนที่ 2 เป็นขั้นตอนของการศึกษาประวัติชุมชน ความเป็นมาภูมิหลังศักยภาพประสบการณ์การพัฒนาชุมชน ซึ่งการสำรวจในขั้นตอนนี้ชุมชนบ้านสิงห์ได้รับการสนับสนุนจากหลายหน่วยงาน เช่น สำนักงานการเกษตร และ พอช.
จำนวนประชากร
เทศบาลตำบลบ้านสิงห์ มีหมู่บ้านในเขตการปกครองจำนวน 12 หมู่บ้าน มีประชากรทั้งสิ้น 11,482 คน โดยแยกเป็นเพศชาย 5,512 คน เพศหญิง 5,970 คน มีจำนวนครัวเรือน 3,315 ครอบครัว (สถิติสำนัก
รายชื่อประธานกรรมการชุมชน
- ชุมชนที่ 1 บ้านบางกะโด นายยอด กำแพงแก้ว
- ชุมชนที่ 2 บ้านบางกะโด นายคมกฤต จันทร์แพง
- ชุมชนที่ 3 บ้านหนองอ้อ นายประทิพย์ คนทัด
- ชุมชนที่ 4 บ้านสิงห์ นายสิทธิกร พัฒนผดุงวิทยา
- ชุมชนที่ 5 บ้านสิงห์ ร.ต.นำชัย จันทร์เพ็ญ
- ชุมชนที่ 6 บ้านด่าน นางวิมลรัตน์ หลีค้วน
- ชุมชนที่ 7 บ้านกำแพงเหนือ นายสมศักดิ์ ทองสี
- ชุมชนที่ 8 บ้านกำแพงใต้ นายวิเชิญ ภาพด้วง
- ชุมชนที่ 9 บ้านโรงหีบ นายสง่า เพ็งแสวง
- ชุมชนที่ 10 บ้านน้ำหัก นายไพฑูรย์ อัตพลวณิช
- ชุมชนที่ 11 บ้านดอนโพ นายณรงค์ น้อยระแหง
- ชุมชนที่ 12 บ้านทุ่ง นายไฝ เต็มเปี่ยม
รายชื่อคณะผู้บริหารเทศบาลตำบลบ้านสิงห์
- นางธนิตา ศรีกฤษณรักษ์ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านสิงห์
- นายพิเชษฐ์ พวงมะลิ รองนายกเทศมนตรี
- นายสุวัฒน์ สรสิทธิ์ รองนายกเทศมนตรี
- นายสหรัธ ชะนิ่ม เลขานุการนายกรัฐมนตรี
- นายภคิน ธรรมกิจ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรี
ขั้นตอนที่ 3 การเก็บข้อมูลทางด้านเศรษฐกิจ รายรับ รายจ่าย หนี้สิน เงินออมของชุมชน
รายรับอันดับที่ 1.รับจ้างโรงงาน
- ทำตุ๊กตา
- รับจ้างนอกพื้นที่ เช่น อุตสหกรรม , โรงงานไฟฟ้า
รายรับอันดับที่ 2. เกษตร เช่น ทำฟาร์มนมขนาดใหญ่ / เลี้ยงวัวขุน
รายจ่ายอันดับ 1. รายจ่ายฟุ่มเฟือย / งานสังคม / อบายมุข
ทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลตำบล บ้านสิงห์) ณ วันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2549 โดยแยกตามหมู่บ้านดังนี้
กิจกรรมสำคัญขององค์กรชุมชนตำบลบ้านสิงห์
กิจกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นในชุมชนตำบลบ้านสิงห์
- ลูกประคบสมุนไพร
- ตุ๊กตา หมู่ 12
- ผลิตหมอน หมู่ที่ 12
- ศูนย์อบรมทางศาสนาวัดกำแพงใต้-เหนือ
- ประเพณีสงกรานต์ (ลาวเวียง)
- กิจกรรมเลี้ยงวัวขุน
- วัวนม
- ทุกวันมีกิจกรรมการใส่บาตรตอนเช้า หมู่ที่ 10 บ้านสิงห์
ขั้นตอนที่ 4. การจัดทำแผนแม่บทชุมชนและการประชาวิจารณ์แผน
แผนและแนวทางกาพัฒนาจากแผนแม่บทชุมชนในด้านต่างๆไม่ว่าจะเป็นด้าน
- อาชีพจัดเรียงตามลำดับที่ประชาชนเลือกทำมากที่สุด
-ทำตุ๊กตา
-รับจ้างนอกพื้นที่อุตสหกรรม / โรงงานไฟฟ้า
-เกษตร ฟาร์มนมขนาดใหญ่ / เลี้ยงวัวขุน
การลดต้นทุนการผลิตในชุมชนตำบลบ้านสิงห์มีความหลากหลายเพื่อจะได้ลดรายจ่ายในชุมชนลงเพื่อให้ชุมชนเกิดรายได้ลดรายจ่ายดังนั้นประชาชนในชุมชนตำบลบ้านสิงห์จึงได้มีกลไกลต่างๆในการวางแผนชุมชนซึ่งได้เกิดมาจากการเข้าร่วมทำแผนแม่บทชุมชนแล้วแผนดังกล่าวมานำมาปฏิบัติตามเพื่อให้ชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้
- ปัญหาที่ 1. สิ่งแวดล้อม
จากโรงงานอุตสหกรรมก่อสร้างถนนยางมะตอย
- ลดปัญหาต้นทุนการผลิตในครัวเรือน
ลดการใช้สารเคมี / ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในครัวเรือนลดปัญหาหนี้สิน
- ลดปัญหาหนี้สิน
ลดรายจ่าย / เพิ่มรายได้
ทัศนความคิดความเชื่อในกระบวนการจัดทำแผนแม่บทชุมชน
“ การจัดทำแผนชุมชนนำมาซึ่งการรวมตัวของคนในชุมชน เราไม่สามารถพัฒนาชุมชนของเราได้หากปราศจากซึ่งการรวมกลุ่ม และหากไม่มีการรวมกลุ่มที่ต่อเนื่องเราก็จะไม่สามารถดำเนินการพัฒนาใดๆ ได้อย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน ”
“ กระบวนการจัดทำแผนชุมชนเป็นกระบวนการที่ทำให้เรามีการลงไปหาข้อมูลชุมชนโดยชุมชนมีส่วนร่วมจะทำให้เรารู้ข้อมูลที่แท้จริง จะได้นำข้อมูลนั้นมาวิเคราะห์ มีปัญหาขัดสนอะไรหรือไม่ วิธีนี้จะทำให้เราสามารถรู้แนวทางการทำงานของเรา อีกทั้งคนอื่นสามารถรู้ว่าชุมชนของเรามีดีอะไรบ้าง แล้วคิดว่าเมื่อความดีชุมชนออกสู่ภายนอกการสนับสนุนการทำงานจากหน่วยงานต่างๆ ก็จะเริ่มมาลงที่ชุมชนของพวกเรา ”
และในอีกทัศนะหนึ่งที่แกนนำชุมชนมองเห็นว่า กระบวนการทำแผนแม่บทชุมชนเป็นเรื่องที่ดี ถ้ามีการทำอย่างจริงจังและช่วยเหลือกันในหลายๆฝ่าย แต่สำหรับชุมชนตำบลบ้านเลือกยังพบข้อจำกัดอยู่ว่า ถึงแม้จะมีการทำแผนแม่บทชุมชนแล้ว แต่ยังพบความล่าช้าในการนำแผนลงมาสู่การปฏิบัติในชุมชน
คำกล่าวของแกนนำชุมชนท่านหนึ่งแห่งตำบลบ้านเลือก ผู้มีประสบการณ์การทำแผนแม่บทชุมชนของตำบลได้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของการรวมกลุ่มภายในชุมชนโดยมีแผนแม่บทเป็นตัวเกาะเกี่ยวให้คนในชุมชนมาทำงานร่วมกัน เพราะการทำแผนแม่บทชุมชนนำมาซึ่งการพบปะ พูดคุยประชุมและวางแผนร่วมกันเพื่อสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับชุมชนของตน เช่น การประชุมเพื่อวางแผนไปศึกษาดูงานร่วมกันในพื้นที่ต้นแบบการทำแผนแม่บทชุมชนที่สามารถดำเนินการได้สำเร็จ ซึ่งในกระบวนการทำกิจกรรมการพัฒนาร่วมกันทั้งหลายได้ถูกสั่งสมเป็นประสบการณ์ บทเรียนให้เกิดการแบ่งบทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบของแต่ละคนให้มีความชัดเจนลงไปอีก โดยสิ่งสำคัญประการแรกก่อนการแบ่งบทบาทหน้าที่ภายในชุมชนบ้านเลือกได้คำนึงถึง คนที่มีใจอาสา มาด้วยความสมัครใจก่อน เพราะหากได้คนที่มีความสมัครใจมาทำงานจะสามารถทำให้งานเกิดผลได้ดีกว่า ดังนั้น ยุทธวิธีที่ชุมชนบ้านเลือกนำมาใช้จึงมุ่งไปที่คนมีใจอาสา เริ่มจากคนกลุ่มน้อยเหล่านี้มาปฏิบัติงานร่วมกันให้เกิดความเข้าใจร่วมกันแล้วจึงขยายสู่คนอื่นๆ ต่อไป “เปรียบเสมือนการปลูกไผ่ในระยะแรกอาจปลูกเพียงลำเดียว แต่ไผ่ลำเดียวนี้สามารถแตกกอ ขยายผลจนกลายเป็นกอไผ่ที่สมบูรณ์และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้” อย่างไรก็ตามจากการดำเนินงานการจัดทำแผนแม่บทชุมชนที่ผ่านมาได้ทำให้เห็นข้อจำกัดของการเกิดกลุ่มที่ยังไม่ประสบผล ขยายกลุ่มได้เท่าที่ควร เพราะสาเหตุของการไม่เกิดกลุ่มเกิดจาก ชาวชุมชนตำบลบ้านเลือกบางส่วนยังไม่กล้าที่จะนำเสนอให้หน่วยงานภายนอกได้รับทราบตัวตนของชุมชน อีกทั้งชุมชนเรายังไม่สามารถประสานเชื่อมต่อ เรียนรู้ สนับสนุนกันได้ ซึ่งสาเหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะว่ายังไม่เข้าใจการจัดทำข้อมูลศักยภาพชุมชนและไม่เข้าใจรายละเอียดการวิเคราะห์ข้อมูลเท่าที่ควรว่าเมื่อทำมาแล้วจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไร
สรุปผลการจัดแผนแม่บทชุมชน
การดำเนินการจัดทำแผนแม่บทชุมชนตำบลบ้านสิงห์อาจกล่าวได้ว่าเป็นบันไดขั้นหนึ่ง
ของการสร้างการยอมรับและรับรองสถานภาพ เนื่องจากเป็นกระบวนการหนึ่งที่ค้นหาความมีตัวตนขององค์กรชุมชนภายในตำบลของตนเอง และอยากมีความเข้มแข็งในชุมชนตนเองในตำบลของตนเองมีสิ่งดีๆ อะไรบ้างในทั้งนี้ได้มีเป้าหมายดังนี้
- เกิดความสามัคคีในชุมชน เกิดการเกิดกลุ่ม
- แก้ไขปัญหาความยากจน เพื่อจะส่งผลต่อคนในชุมชนมีงานทำและมีอาชีพของตนเอง
- เกิดการถ่ายทอดภูมิปัญหาท้องและวัฒนธรรมชุมชน เช่น ให้แก่เด็กในชุมชนบ้านสิงห์จะได้นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้
- การอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมในชุมชน เช่น ไม่ตัดไม้ทำลายป่า ไม่ให้มีการทิ้งน้ำเน่าเสียลงในชุมชน ต้องมีการทำบ่อบำบัดน้ำเน่าเสียในชุมชน และ มีการเลี้ยงวัวขุนเพื่ออนุรักษ์สัตว์
“การเชื่อมโยงระดับตำบลเนื่องจากแต่ละหมู่บ้านต่างก็ทำงาน สิ่งที่สำคัญคือคนที่ทำหน้าที่เป็นตัวประสานแต่ละกลุ่ม หรือแต่ละหมู่บ้านค่อยเชื่อมเข้ามาหากัน สภาพผู้นำในหมู่บ้านมีหลายตำแหน่ง ไม่ค่อยมีเวลา ส่วนการรวมกองทุนสิ่งสำคัญคือ ผู้ที่ทำหน้าที่ประสานคือ เทศบาล แต่ก่อนที่จะโยงเข้าหากันจะต้องมีการทำความเข้าใจกับชาวบ้านเรื่องที่จะทำร่วมกัน เราจะต้องมีการให้ความรู้แก่ชาวบ้าน การทำเมื่อเสียเวลาแล้วต้องคุ้มค่า ส่วนเรื่องการเมืองท้องถิ่นที่มีการแบ่งออกเป็นกลุ่มถ้าใช้งานเป็นตัวเชื่อมและทำให้ชาวบ้านเกิดความเข้าใจจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง และต้องมีการทำกิจกรรมร่วมกัน และการทำงานต้องมีเป้าหมาย ทำเพื่ออะไร ทำไปทำไม ชาวบ้านจะได้รับ
ประโยชน์อะไรบ้าง การทำให้ชาวบ้านรู้เรื่องจะทำให้ตั้งหลักได้เร็ว อย่าเช่นเรื่องการจัดสวัสดิการ ชาวบ้านเห็นรูปธรรมจึงเกิดความร่วมมือจากชาวบ้าน”
บทเรียน / อุปสรรค์ที่พบจากการทำแผนชุมชน
- การได้มาซึ่งข้อมูลที่สมบูรณ์ / เป็นจริงยังไม่ค่อยมี อุปสรรค์ของกลุ่มคนที่ให้ข้อมูลไม่ตรงกับข้อมูลของทางราชการ
- บทเรียนของการสำรวจข้อมูล / การรวบรวมข้อมูลที่ค่อนข้างติดขัด
- กลุ่มข้าราชการในพื้นที่มักมองว่าไม่ใช่ปัญหาของตนเอง
- คนในชุมชนยังไม่ค่อยให้ความสำคัญกับกระบวนการทำแผนแม่บทชุมชน
- ข้อมูลจากแผนชุมชนที่แกนนำ ได้นำไปดำเนินการกับแผนชุมชนเก่าที่มีอยู่ไม่ต่อเนื่องกันทำให้งานขาดตอนไม่ประติดประต่อทำให้การทำงานเกิดความล้าช้าและไม่ชัดเจน
- การกำหนดแผนพัฒนา การวิเคราะห์และสอดคล้องกับการได้มาของข้อมูล
2.2. การสร้างการยอมรับและรับรองสถานภาพองค์กรชุมชน
งานรับรองสถานภาพองค์กรชุมชน
ตำบลบ้านสิงห์ได้รับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อเคลื่อนงานรับรองฯ จาก พอช. มีการเคลื่อนงาน มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานการสร้างการยอมรับและการรับรองสถานภาพชุมชนตำบลบ้านสิงห์ จำนวน 15 คน ลงนามโดยนายกเทศมนตรีตำบลบ้านสิงห์ เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2550 เพื่อทำหน้าที่ในการจัดกระบวนการรับรองสถานภาพในตำบลบ้านสิงห์ ดังมีรายชื่อดังต่อไปนี้
- นายภคิน ธรรมกิจ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีตำบลบ้านสิงห์
- นายเกษม สายพงษ์พันธุ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 10
- นางทองสี พุ่มแก้ว ประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรก้าวหน้าหมู่ 9
- นายวรรณะ เฉลยจรรยา ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 11
- ดร.ธวัช เสียงลือชา วิทยาลัยเกษตรกรรมราชบุรี
- นายทม เบ็ญจา ประธานสหกรณ์การเกษตรบ้านกำแพงหมู่ที่ 12
- นายกฤษดา ให้วัฒนานุกูล สหพันธ์เกษตรกรเพื่อการพัฒนา หมู่ที่ 6
- นายสมยงค์ ฮวดมา ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 12
- นายสุชาติ เต็มปรีชา สมาชิกสภาเทศบาลตำบลบ้านสิงห์
- นายไพศาล ตปสีโล สมาชิกสภาเทศบาลตำบลบ้านสิงห์
- นายสมศักดิ์ ทองศรี รองประธานกลุ่มฌาปนกิจ
- นายชำเนือง จินดาคำ อสม.หมู่ที่ 2
- นายมาโนช ปุ๋ยงาม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5
- นางรุ่งรักษ์ ให้วัฒนานุกุล ประธานกลุ่มสตรีสหกรณ์ หมู่ที่ 6
- นางจำปา ฮวดมา ประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรกำแพงพัฒนา
ความคืบหน้าของการรับรองฯได้มีการรับรององค์กรที่มีอยู่ในตำบลจำนวน 42 องค์กร (รายชื่อองค์กรชุมชนในฐานข้อมูล พอช. และสำนักงานปฏิบัติการชุมชนภาค) นอกจากนี้ยังได้มีการเชิญคณะกรรมการจากลุ่มต่างๆที่ได้รับการรับรองสถานภาพ เข้ามาร่วมเป็นคณะกรรมการสภาองค์กรชุมชน ซึ่งมีการประชุมกันแล้ว 1 ครั้ง แต่คณะกรรมการยังไม่มีความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องสภาองค์กรชุมชน ว่าทำไปทำไม มีวัตถุประสงค์อย่างไร รับรู้เพียงว่าจะมีการมีสภาองค์กรชุมชน เพื่อที่จะเข้าร่วมในเวทีพิจารณางบประมาณของเทศบาล แต่อย่างไรก็ตามถือว่าเริ่มมีการก่อรูปในเรื่องของการเคลื่อนสภาองค์กรชุมชนในพื้นที่ตำบลบ้านสิงห์ซึ่งยังต้องมีกระบวนการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
การบูรณาการกองทุนชุมชน
การเคลื่อนงานการบูรณาการกองทุนชุมชน (กิจกรรมที่สัมพันธ์กับ พอช.) มีกลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์บ้านหนองอ้อ หมู่ที่ 3 ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเข้มแข็งและสามารถเป็นศูนย์การเรียนรู้ในด้านการพัฒนาความเข้มแข็งให้กับองค์กรการเงิน ทั้งในด้านการบริหารจัดการ การพัฒนาคุณภาพชีวิตของสมาชิก และการจัดสวัสดิการช่วยเหลือสมาชิก ซึ่งแกนนำกลุ่มสัจจะสมทรัพย์บ้านหนองอ้อได้เผยแพร่ความรู้ไปสู่ตำบลชัฎป่าหวาย ทำให้เกิดมีการตั้งกลุ่มสัจจะสมทรัพย์ในตำบลชัฏป่าหวายประมาณ 6 หมู่บ้าน จากการพูดคุยกับนายกเทศมนตรี
คุณธนิตา ศรีกฤษณรักษ์ เกี่ยวกับทิศทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรการเงินในตำบลบ้านสิงห์ซึ่งมีทุกหมู่บ้าน ด้วยการพัฒนาด้านการบริหารจัดการ การทำบัญชี จะให้กลุ่มสัจจะสมทรัพย์บ้านหนองอ้อเป็นศูนย์การเรียนรู้และเป็นพี่เลี้ยงให้กับกลุ่มที่อยู่ในหมู่บ้านต่างๆทั้ง 11 หมู่บ้าน อย่างไรก็ตามตำบลหนองอ้อมีฐานงานทางด้านองค์การเงิน มีกลุ่ม / องค์กร ที่มีกิจกรรมเกี่ยวกับการระดมทุนที่หลากหลายและกระจายสู่หมู่บ้านต่างๆ จำนวน 44 องค์กร มีสมาชิกมากว่าห้าพันคน มีเงินทุนในชุมชนมากว่าเจ็ดล้านบาท (รายละเอียดตามตารางรายงานข้อมูลองค์กรชุมชนตำบลบ้านสิงห์) การเข้าร่วมขบวนองค์กรการเงินระดับภาค และระดับจังหวัด กลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์บ้านหนองอ้อเข้าร่วมขบวนองค์กรการเงินภายในภาคและเป็นพื้นที่ขยายผลในตำบลบ้านสิงห์
แนวทางการฟื้นฟูชุมชนตำบลบ้านสิงห์
การฟื้นฟูระดับตำบลควรมีการสนับสนุนตามความต้องการของชุมชน ส่วนเรื่องการรับรองสถานภาพองค์การการเงินประมาณ 40 องค์กร (ในตำบลมีกลุ่มประมาณเกือบร้อยองค์กรแต่กลุ่มยังไม่ดำเนินการที่ต่อเนื่องและชัดเจน ส่วนเทศบาลมีการประชุมและมีการเลือกคณะกรรมการมาจากหมู่บ้านๆละ 5 คน มาทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการสภาองค์กรชุมชน โดยหวังว่าเมื่อได้รับการรับรองสถานภาพแล้วจะได้รับการสนับสนุนจาก พอช. ตามโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน ) ส่วนสภาองค์กรชุมชน ยังไม่มีการขับเคลื่อนแต่อย่างใด ส่วนเรื่องการรับรองสถานภาพองค์กรชุมชน มีการทำงานร่วมกันทั้งชาวบ้านและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ความสัมพันธ์ของหมู่บ้านต่างๆ มีการพบปะพูดคุยกันบ้างเป็นครั้งคราว ในการประชุมชนในเทศบาล และมีการประชุมหมอดินตำบล ทำปุ๋ยหมัก ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีหมู่บ้าน ความคาดหวังการทำงานร่วมกันระดับตำบลคือการตั้งสภาระดับตำบล ซึ่งเพิ่งมีการก่อรูป เพื่อสร้างอำนาจการต่อรองและการเชื่อมโยงการทำงานร่วมกับเทศบาลตำบลบ้านสิงห์ เพื่อเป็นตัวแทนจากชาวบ้านเข้าในเวทีพิจารณาโครงการและงบประมาณร่วมกับเทศบาล (สภาองค์กรชุมชนเป็นตัวแทน องค์กรที่มาร่วมสนับสนุนการทำงานร่วมกับเทศ